ประเพณีงานแต่งงานของคนไทยดั้งเดิม

Milano

การแต่งงาน เป็นประเพณีซึ่งสืบทอดกันมาอย่างช้านาน เป็นประเพณีที่ดี อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความสุข และมีความสำคัญสำหรับวิถีชีวิตไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการบ่งบอกอย่างมีนัยยะสำคัญว่า ว่าผู้แต่งงานนั้นมีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งมีความรับผิดชอบมากขึ้น พร้อมจะเป็นครอบครัว สามารถรับผิดชอบชีวิตนอกจากของตนเองได้ นอกจากนี้ยังได้ทำหน้าที่ ตามบทบาทของตนเองทั้งฐานะหัวหน้าของครอบครัวอีกด้วย เพราะฉะนั้นการแต่งงานย่อมหมายถึง การที่ชาย-หญิง คู่หนึ่งมีความรักให้กัน และความรักนั้นก็เหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบานในขั้นสุดท้าย  มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีความเมตตาต่อกัน มีความซื่อสัตย์ให้กัน สามารถเสียสละให้กับอีกฝ่ายได้ พร้อมจะดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า จนกว่าความตายจะมาแยกจากกัน จึงมีความจำเป็นต้องแต่งงานกัน โดนต้องให้เป็นไปตามประเพณีของสังคม มีผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายรับทราบ-ยอมรับรวมทั้งสังคมรอบข้างต้องรับรู้ด้วยเช่นเดียวกัน ประเพณีการแต่งงานจึงต้องจัดให้มีพิธีกรรมอย่างถูกต้องตามขั้นตอนต่างๆของวัฒนธรรมไทย โดยเริ่มตั้งแต่ การทาบทาม ,  สู่ขอ , หมั้น และแต่งงาน พิธีการแต่งงานแบบไทยเดิมจะต้องมีพิธีทางศาสนาด้วยในช่วงเช้า อีกส่วนก็คือต้องจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีหลักฐานชัดเจน จึงจะถือว่าการแต่งงาน ถูกต้องสมบูรณ์ทุกประการ ส่วนพิธีหลั่งน้ำและให้พรนั้นจะทำตอนเย็นรวมทั้งเลี้ยงรับรองแขกผู้มีเกียรติไปพร้อมกัน การเลี้ยงรับรองแขกจะทำที่บ้าน หรือโรงแรม ยืมสถานที่ใดที่หนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานะของคู่บ่าว-สาวรวมทั้งเจ้าภาพของทั้ง 2 ฝ่าย

พิธีแต่งงานในแบบไทยแท้มีรายละเอียดเยอะมาก  เพราะจัดเป็นงานมงคลขนาดใหญ่ การแต่งงานในแบบไทยดั้งเดิม เป็นพิธีที่ละเอียด อ่อนช้อย งดงาม ประณีต ประเพณีการแต่งงานแบบสมัยก่อนของคนไทยภาคกลาง เริ่มต้นจากการจัดขบวนขันหมากให้เจ้าบ่าวไปหาเจ้าสาว โดยจุดเริ่มต้นคือบ้านเจ้าบ่าวแล้วเริ่มแห่ขันหมากมาตามฤกษ์ยามมงคลที่กำหนดเอาไว้ ในขบวนต้องมีขันหมากเอก , ขันหมากโท , ขบวนกลองยาวสุดอลังการมีการร้องรำทำเพลงเต้น สนุกสนาน รื่นเริง มีการโห่จนมาถึงบ้านเจ้าสาว ทางฝ่ายเจ้าสาวก็จะรอรับขันหมากด้วยการกั้นประตูเงิน ประตูทอง จากนั้นถึงจะเป็นพิธีสู่ขอมอบสินสอดทองหมั้นให้ โดยมีบ่าวสาวรวมทั้งผู้ใหญ่ร่วมพิธีอย่างคับคั่ง จึงมาถึงพิธีรดน้ำอวยพรแก่บ่าวสาว สวมมงคลคล้องศีรษะ เจิมหน้าผาก เมื่อเสร็จแล้วจึงเป็นการกราบไหว้ผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนจะส่งตัวทั้งคู่เข้าหอตามฤกษ์ยามกำหนด เป็นอันจบพิธี